งานพิเศษ...คุ้ม???
posted on 17 May 2008 17:34 by ahohey in Lifeเอ็นทรีย์นี้ออกแนว บ่นๆ นะคะ
แต่ไม่วายเกี่ยวกับเรื่องอาหาร(อีกแล้ววววววว) สีม่วงคือความเห็นเรา อ่านผ่านๆไปก็ได้ค่ะ ไม่ต้องใส่ใจ
------------------------------------------------------------------------------------------
ช่วงเดือนสิงหาคม ปีก่อน เราได้เริ่มทำงานพิเศษเป็นครั้งแรกค่ะ
ทำอะไรเหรอค่ะ ไปเป็นสาวเชียร์เบียร์น่ะค่ะ.......
แฮะๆ ไม่ได้สวย เอ็กซ์ เซ็กส์แตกขนาดนั้นหรอกค่ะ จริงๆแล้วไปเป็นเด็กเสิร์ฟร้านไอศกรีมต่างหากล่ะ
ตอนแรกก็เห็นเพื่อนๆ มันทำงานพิเศษกัน ส่วนมากมันจะไปสอนพิเศษกันค่ะ ไอ้ตัวเราก็ไม่ค่อยมีสกิลทางด้านนี้ สอนคนไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ความรู้ก็ไม่ค่อยจะมี ดังนั้น งานนี้ก็ต้องตกไปโดยปริยาย
แต่ด้วยความที่อยากได้ตังค์มั่ง ตอนนั้นอยากเอามาซื้อเครื่องสำอางค์รึเปล่าไม่รู้นะ แบบว่าไม่อยากขอเงินบุพการีน่ะค่ะ รู้สึกสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ....แต่ผู้หญิงต้องอย่าหยุดสวยชิมิเคอะ เราก็เลยต้องหาทางออก โดยการใช้เสิร์ชเอ็นจิ้น พี่ google ขาประจำนี่แหละค่ะหางาน
เราพิมพ์ลงไปว่า งานพิเศษ พาร์ทไทม์ อะไรทำนองนี้ก็ปรากฏออกมาหลายเว็บไซต์ใช้ได้เลยค่ะ บางเว็บก็มีให้เลือกเป็นแนว พาร์ทไทม์นักเรียน-นักศึกษา หรือว่าจะแบ่งย่อยประเภทหมวดหมู่ไปเลย เช่น บัญชี, การตลาด, อาหาร
ส่วนมากเราก็จะดูด้านอาหารนั่นแหละค่ะ ดูไม่ค่อยได้ใช้ความคิดอะไร ใช้แต่แรง(ถึก) และจิตใจด้านบริการ
จนมาเจอกับประกาศหัวข้อนึง ที่ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม รู้สึกสดใสซาบซ่าสะท้านทรวง เว่อละ แกไปเป็นนางเอก AV รึไง
ก็รายละเอียดงานคือ เป็นพนักงานเสิร์ฟไอศกรีมของร้านไอศกรีมผสมแอลกอฮอล์เจ้าหนึ่ง มันก็มีเจ้าเดียวแหละวะ โดยได้ค่าจ้างชั่วโมงละ 30 บาทค่ะ เยอะกว่าแมคโด้ยนะ
เราก็ตรงดี่ไปสมัครที่ร้านเลยค่ะ โดยขอใบสมัครที่ร้านมากรอก สิ่งที่ต้องใช้ก็มี รูปถ่าย สำเนาทะเบียนบ้าน?? สำเนาบัตรประชาชนรึเปล่าไม่รู้นะ ก็ออกแนวประมาณนี้
ตอนนั้นเรากรอกไปว่า ทักษะการพูด-อ่าน-เขียน ภาษาอังกฤษอยู่ในขั้นดีค่ะ ตอแหลไปงั้นแหละ พอส่งไปสมัครไปแล้วซัก 2-3 วัน พี่คนที่เป็นคนสัมภาษณ์ก็โทรมาหาเรา ว่าให้มาสัมภาษณ์วันนี้ๆ ได้รึเปล่า แต่เราติดอ่านหนังสือสอบอยู่ค่ะ พี่เค้าก็เลยถามว่า "ที่น้องกรอกว่าภาษาอังกฤษดีน่ะ ดีจริงป่าว" เราก็ว่า "จริงค่ะ" ตอแหลมากกก
สรุปคือพี่เค้าก็รับเราทำงานโดยไม่ต้องสัมภาษณ์ค่ะ ต๊ายย อภิสิทธิ์ชนนะเนี่ย แต่คงเป็นเพราะเค้าอ่านประวัติการศึกษาด้วยมั้งคะ เลยรีบเอาเลย แบบว่าเป็นคนมีประวัติดีค่ะ ไม่ด่างพร้อย ฮุฮุ เราทำงานวันศุกร์-อาทิตย์ 4โมงครึ่ง ถึง 4 ทุ่ม ที่สาขาเอราวัณแบงค็อก
...........เริ่มงานวันแรก เอาเลยเว้ย พี่คนที่อยู่มาก่อน(เด็กเสิร์ฟเหมือนกัน) ชื่อ พี่เล็ก แกก็ให้เราชิมไอศกรีมทุกรสเลยค่ะ บอกว่า น้องต้องจำให้ได้ ว่ารสไหนเป็นยังไง สามารถแนะนำไอศกรีมให้กับลูกค้าได้
ถ้าลูกค้าสั่ง ถึงแม้จำไม่ได้ ก็ต้องคอยสังเกตเอา อย่าทำพิรุทว่าเราเป็นเด็กใหม ไรแบบนี้ เนื่องจากลูกค้าจะขาดความมั่นใจในตัวเรา
เวลาตักไอศกรีมเนี่ย พอตักเสร็จแล้วก็ต้องเอาที่ตักไปแช่น้ำใช่ไหมคะ พอจะตักใหม่ เราก็ต้องเอาที่ตักมากระแทกๆกับผ้า แล้วเช็ดๆให้แห้งค่อยตัก แล้วก็ต้องตักกวาดให้ทั่วถังไอศกรีมนะคะ ไม่ใช่ว่าตักอยู่แค่หลุมเดียว เพราะเดี๋ยวไอศกรีมจะเปื่อย(นุ่มลง) นั่นเอง
ส่วนชามใส่ไอศกรีมก็ต้องแช่เย็นไว้ใต้ตู้แช่ เพื่อไม่ให้ไอศกรีมละลายเร็วเมื่อนำไปเสิร์ฟ
วาฟเฟิลกรอบ หากลูกค้าสั่งกลับบ้าน ต้องใช้ที่คีบตัก ห้ามใช้มือเด็ดขาด เดี๋ยวลูกค้าหาว่าซกมก ส่วนถ้าจะเพิ่มวาฟเฟิล ก็ 3 ชิ้น 10 บาทค่ะ
เพลงที่เปิดในร้าน หากเฮียเจ้าของร้านมาตรวจตรา ต้องรีบเปลี่ยนแผ่นจากเพลงโป้งชึ่งที่พนักงานชอบฟัง เป็นเพลงแจ๊ส- บรรเลง โดยด่วน ไม่งั้นโดน...
เรื่องจุกจิกในร้านมีมากมายเลยล่ะค่ะ เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน...
แต่สิ่งที่เราได้กลับมา แม้จะทำไปแค่ ไม่ถึงเดือน เพราะเราบอกพี่เค้าว่าเราจะทำประมาณ 2 เดือนได้รึเปล่า พี่เค้าก็คงเห็นว่า อีนี่ทำไม่นาน รับคนใหม่ที่อยู่นานๆไว้ดีกว่า พูดกันภาษาบ้านๆก็ไล่ออกน่ะแหละค่ะ หนูไม่ได้ทำไรผิดน้าาาา ซิกๆ
แต่............
เราคิดว่าคุ้มค่ะ คุ้มมากๆด้วย
คุ้มเรื่องอะไรมั่ง...ไปดูกัน
เรื่องของกิน
1. ได้ชิมไอติมทุกรส อยากกินรสไหนก็ตักชิมแม่งเลย แต่ต้องกินตอนที่ไม่มีลูกค้า
2. ได้ชงค็อกเทลเล่น พวกพนักงานจะมีชั่วโมงค็อกเทลหรรษากันค่ะ(ตั้งกันเอาเอง) โดยจะพากันเปิดสูตรค็อกเทลในร้าน แล้วมาผสมกันเอง เราก็ได้ไปเชคๆกะเค้าด้วยค่ะ สนุกดี แต่ก็แอบเสียวเจ้าของร้านอยู่เหมือนกันว่า ถ้าเค้ามาดูยอดขาย ค็อกเทลขายไม่ค่อยออก แต่ทำไมเหล้ามันพร่องไปเยอะจังวะ 555
3. ได้ทำกาแฟ บดกาแฟ ตีฟองนมนี่ชอบมาก เพราะมันจะเหลือฟองนมซึ่งเอาไปตีต่อไม่ได้ ต้องทิ้งหรือกินลูกเดียว ก็ได้ทำคาปูชิโน่ ลาเต้ อะไรเงี้ย หนุกดีค่ะ
4. วาฟเฟิลกรอบไม่ได้ทำเองแฮะ แต่ก็ดูๆพี่ๆเค้าทำ
5. เวลาขนมในตู้หมดอายุ เค้าก็ต้องทิ้งใช่ปะคะ แต่เราม่ายยย เก็บกลับบ้านเลย โฮะๆๆ สุโขสุขีจริงๆ ทั้งชีสเค้ก ปุรินญี่ปุ่น(แพงมาก ถ้วยเล็กๆ 80 บาทแหน่ะ) บราวนี่ อีนี่ซัดมาเกือบหมดตู้แล้วล่ะค่ะ
6. ได้ทำเมนูแปลกๆ(หากลูกค้าสั่ง) เช่น around the world ซึ่งเป็นไอศกรีม 3 รส ให้ลูกค้าเลือกรสตามชอบได้ ทีนี้เราก็ต้องมาตกแต่งค่ะ หากเป็นพวกครีมเบสก็ต้องแปะด้วยเมล็ดกาแฟ ถ้าเป็นเชอร์เบตต้องแต่งด้วยใบมิ้นต์ ส่วนอีกอันที่เหลือก็ปักธง
7. ของกินในตู้ก็หยิบกินได้ตามสบาย...แต่หยิบทีละน้อยๆนะ เดี๋ยวพร่อง
8. เดินเล่นไปซื้อเค้กลดราคา 50 เปอร์เซ็นต์ที่แผนกเบเกอร์รี่ของโรงแรม พายมะนาวอร่อยมากๆเลย ส่วนไอ้เค้กกล้วย-ช็อคโกแลตที่เป็นหนามๆก็อร่อยยยยย
เรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
อันนี้มีหลายเหตุการณ์เหมือนกัน
เรื่องลูกค้า
ส่วนมากลูกค้าที่มาจะเป็นชาวต่างชาติ ทำให้เราฝึกทักษาะภาษาอังกฤษไปในตัว แต่พวกเกาหลีนี่ไม่ค่อยเจอแฮะ อิอิ พวกคนไทยก็จะมีหลายวัน ส่วนมากบ้านเค้ามักจะมีอันจะกิน หน้าตาก็ดี ทำให้เราเอาไปนินทากับพี่ๆพนักงานได้สนุกปาก ฮี่ๆๆๆ
ส่วนลูกค้าวีนๆ ไม่เคยเจอค่ะ
เรื่องการแบ่งเวลา
อันนี้สำคัญมาก เพราะเราก็ต้องเรียนต้องทำงานไปด้วย แอบเรียนหนักเหมือนกัน ผลก็คือทำให้เกรดบล็อกนั้นได้แมวมีประจุไปรับประทาน เป็นผู้สาวกินแมวตั้วหนิ
เรื่องเงิน
อันนี้ไม่ค่อยได้เยอะเท่าไหร่ ได้มาประมาณ 700-800 บาท ฮึ่ยๆๆ
ซึ่งเราก็เอาไปซื้อเตาอบ แต่ก็ภูมิใจนะคะว่าเนี่ย เป็นสินค้าที่ซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของเราเอง
น่าจะมีแค่นี้นะ ไว้คิดอะไรออกเมื่อไหร่จะมาเขียนต่อละกัน
ก็อยากแนะนำน้องๆ ม.ปลาย หรือนักศึกษาที่อยากเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย หรืออยากหาตังค์ค่าขนมมาใช้โดยไม่รบกวนพ่อแม่ ว่าให้ลองไปทำดูนะคะ จะเป็นที่ไหนก็ได้ค่ะ
แล้วคุณจะได้ประสบการณ์แปลกๆในชีวิตไปเล่าให้ลูกให้หลานฟังยามแก่ชรา
.....TAG เอาไว้เอ็นทรีย์หน้านะจ้ะ......
บรรยากาศร้านตามคำเรียกร้อง
สาธุ พี่เจ้าของร้านอย่ามาตามจองล้างจองผลาญหนูนะ...

ดอกพยายามจะไปสอนพิเศษนะ
แต่ไม่มีที่ไหนรับเลย ฮือๆ
#1 By ดอกทอง - Mraz Mania on 2008-05-17 18:44