Life

TAG แธก สุดโหด 82 คำถาม

posted on 10 May 2008 20:56 by ahohey  in Life

ได้รับแถกนี้มาจากคุณ ซั้บบาดด

 

ตอนแรกก็ขี้เกียจอยู่เหมือนกัน ตั้ง 82 คำถาม จะบ้าตาย แต่ไหนๆแล้ว เค้าแถกมา เพื่อภาพพจน์ที่ดี เี่ราก็ควรรับชิมิเคอะ์

 

อ่านกันให้ตาแฉะไปเลยนะคะคุณ...

 

 

• 1.วันเดือนปีเกิด

16
สิงหาคม 2530



• 2.
บ้านเกิด

LA ค่ะ หรือร้อยเอ็ดนั่นเอง



• 3.
กรุ๊ปเลือด

เอจ้ะ เค้าบอกว่าคนเลือดกรุ๊ปนี้กรดในกระเพาะอาหารต่ำจริงป่ะ?


• 4.
ครอบครัว

แม่ กะพี่ชาย



• 5.
ส่วนสูง น้ำหนัก สัดส่วน ไซส์รองเท้า(-*-)ในปัจจุบัน

ส่วนสูง 155 น้ำหนัก ความลับ ไซส์รองเท้า 39 มั้งคะ



• 6.
คำพูดติดปาก

อะไรอย่างงี้...แม่ง...จริงดิ



• 7.
งานอดิเรก

นอน เล่นเกม เล่นเนต อ่านการ์ตูน ทำขนม อ่านหนังสือฟรีที่B2S, kino


• 8.
ความสามารถพิเศษ

เอ่อ ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ


• 9.
จุดอ่อน

ผู้ชายหน้าตาดี


• 10.
คอลเล็กชั่นส่วนตัว

อุปกรณ์เครื่องครัว จานชาม ช้อนส้อม



• 11.
สมบัติของคุณคือ?

โน้ตบุ๊คที่ต้องรักษายิ่งชีพ(เพราะแพงมาก)



• 12.
มายบูมช่วงนี้

คาโบนาร่า/ กราแตง/ Sheperd’s pie(พายแกะสัญชาติอังกฤษ)



• 13.
ยาสีฟันที่ใช้อยู่ตอนนี้

น่าจะเป็นดาร์ลี่มั้งคะ ใช้มั่วมาก



• 14.
แชมพูที่ใช้อยู่ตอนนี้

แพนทีนสีม่วงๆ + แครอลกลิ่นส้มค่ะ



• 15.
สีที่ชอบ

ชอบสีเทา ดำ น้ำเงิน ชมพู



• 16.
กลิ่นที่ชอบ

กลิ่นส้มๆ ออกแนวเปรี้ยวๆ สดชื่นดีค่ะ


• 17.
ดอกไม้ที่ชอบ

เมื่อก่อนชอบไฮเดรนเยียร์ ตอนนี้ชอบอีกดอกนึง แต่จำชื่อไม่ได้หงะ

• 18.
ฤดูที่ชอบ+เหตุผล

ไม่ชอบซักฤดูได้มั้ยคะ?


• 19.
กีฬาที่ชอบหรือกีฬาที่ท่าทางท้าทาย

คาโปเอร่าค่ะ อยากเล่นแต่ไม่กล้า


• 20.
แฟชั่นที่ชอบ

ชอบแบบหวานแหวว กุ๊กกิ๊กน่ารัก แต่แต่งจริงก็ตามอารมณ์ บางทีก็เสื้อยืดกางเกงยีนส์ ไม่ค่อยโปรดกระโปรงเท่าใดนัก



• 21.
สเป็คผู้หญิงที่ชอบ

ชอบผู้หญิงหน้าตาคมๆ จมูกสวยๆ เช่นน้องบัว สตอเบอร์รี่ชีสเค้ก เห้ย ต้องตอบด้วยเหรอ...

เปลี่ยนเป็นสเป็คผู้ชายที่ชอบดีกว่า >>ชอบผู้ชายใส่ตุ้มหู ผอม มีหนวดหรอมแหรม หน้าตาเลวๆ ค่ะ


• 22.
ท่าทางของผู้หญิงที่ทำให้ใจเต้น
.........จะใจเต้นกับผู้หญิงทำไมอะ

ท่าทางผู้ชายที่ทำให้ใจเต้น>>เค้ายิ้มให้มั้งคะ

• 23.
เดทในฝัน

เดินซุปเปอร์ด้วยกัน 555+ ล้อเล่นๆ ก็คงไปนั่งเล่นกันในร้านน่ารักๆ จิบชายามบ่าย กร๊ากกก ดูเป็นสาวช่างฝันจังวุ้ย


• 24.
ความทรงจำที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิต

จำไม่ได้แฮะ แบบว่าความจำสั้นค่ะ



• 25.
สมัยเล็กๆเป็นเด็กแบบไหน

เด็กห่ามๆ เพราะชอบเล่นกับพี่ๆผู้ชาย


• 26.
แล้วสมัยประถมเป็นเด็กแบบไหน

ห่ามทวีคูณ



• 27.
หนึ่งคำฝากถึงตัวเองในอีก10ปีข้างหน้า(อายุ30)

หาสามีได้ยังวะแก....



• 28.
หนึ่งคำฝากถึงตัวเองในอีก50ปีข้างหน้า(อายุ70)

มีลูกยังอะ?



• 29.
อยากแต่งงานตอนอายุประมาณเท่าไร

ซัก 20 ปลายๆ แต่ไม่ควรเกิน 35 เพราะถ้าจะทำลูกกันตอนนั้น คงออกมาดาวน์ซินโดรมแหงม เพราะไข่มันก้นตะกร้าละ



• 30.
คำพูดขอแต่งงานของภรรยาในอนาคต

....ข้อนี้ขอผ่าน


• 31.
อนาคต ถ้าลูกบอกว่า"อยากเข้าวงการบันเทิง"

ตบกะบาลมันแล้วบอก ตื่นได้ละลูก


• 32.
คิดว่าตัวเองเมื่อชาติก่อนเป็นอะไร

เป็นผู้ชาย...

• 33.
ถ้าเปรียบตัวเองเป็นสัตว์

คงเป็นแมวมั้ง เพราะจะทำเมื่ออยากทำ จะเล่นเมื่ออยากเล่น



• 34.
ถ้าเปรียบตัวเองกับของกิน คิดว่าจะมีรสชาติยังไง

complex



• 35.
ถ้าหากว่าเกิดใหม่ได้1วัน อยากเป็นอะไร

ห่ะ เกิดใหม่ได้ 1 วัน แล้ววันรุ่งขึ้นอะ กลับมาเป็นเหมือนเดิมเรอะ

งั้นอยากเป็นบิล เกตต์ แล้วจะให้มันโอนเงินเข้าบัญชีเรา ฮ่าๆๆ


• 36.
สิ่งที่ทำเป็นอย่างแรกเมื่อตื่นนอน

ลืมตา แล้วลุกจากเตียง



• 37.
ตอนกลางคืน สิ่งที่ต้องทำก่อนนอนคือ

บางวันก็เล่นโยคะ แต่ทุกวันต้องทายาสิวค่ะ



• 38.
จนถึงตอนนี้ เคยนอนยาวที่สุดคือ

อืม จำไม่ได้เหมือนกัน แต่นับชั่วโมงแล้วน่าจะ 14-15 ชั่วโมง



• 39.
ตอนนอนใส่ชุดอะไร

ใส่ชุดนอนลายกุ๊กกิ๊กที่ย่าชอบซื้อมาให้



• 40.
ประเทศที่อยากไป(ต่างประเทศ)

ญี่ปุ่นค่ะ จะไปทัวร์กิน



• 41.
ถ้าถูกล๊อตเตอร์รี่100ล้าน จะใช้เงินกับ

หลายอย่างอะ แจงไม่หมดหรอกคุณ(ที่จริงขี้เกียจคิด)



• 42.
ถ้าตัวเองได้เป็นผู้กำกับไปสร้างหนัง จะสร้างผลงานแบบไหน?ให้ใครเป็นนักแสดงนำแสดง?

สร้างหนังแนวลึกลับ หักมุมตอนท้าย ให้จอนนี่ เดปป์แสดง


• 43.
ถ้าได้กลายเป็นผู้ชาย1วันจะทำอะไรบ้าง?

ลองไปจีบสาวดู



• 44.
เพลงที่เมื่อไปคาราโอเกะต้องร้องแน่ๆ

แล้วแต่ว่าตอนนั้นเพลงอะไรดังค่ะ แต่ถ้าไปกับเพื่อน ส่วนมากมันจะร้อง silly fools, blackhead, body slam



• 45.
ของแพงที่สุดที่ซื้อมาเมื่อเร็วๆนี้

ยาทาสิวค่ะ



• 46.
ส่วนของร่างหาย(หรือหน้าตา)ที่ชอบ

ชอบมือตัวเอง สวยดี



• 47.
หน้าจอมือถือเป็นรูป

รูปรองเท้าวางอยู่บนพื้นทราย มีตัวดุ๊กดิ๊กเขียนว่า relax



• 48.
เพลงสายเรียกเข้ามือถือ

คนทั่วไป : 1234 ของ feis


• 49.
หนังสือหรือการ์ตูนที่ชอบ

ชอบหนังสือของจิมมี่ เลี่ยว โอตสึ อิจิ

ผลงานแปลของปราย พันแสง

การ์ตูนของพี่ทรงศีล



• 50.
หมู่นี้ร้องไห้ไหม

ไม่ค่อยร้องไห้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว



• 51.
หมู่นี้โกรธอะไรไหม

โกรธเรื่องที่คนอื่นงี่เง่า แล้วทำให้เราเหนื่อย



• 52.
เรื่องที่ผิดหวังหรือน่าอายในช่วงนี้ ขอ1เรื่อง

ผิดหวังที่ไม่ได้ซื้อของตอนนั้น ซึ่งตอนนี้มันหาไม่ได้อีกแล้ว พลาดดดดดดดดดดอย่างแรง



• 53.
คันจิหนึ่งคำที่จะสื่อถึงความเป็นตัวเอง

.........คำว่า คน


• 54.
ของกินหรือเครื่องดื่มที่ชอบ

แฮมเบิร์ก ถั่ว น้ำเปล่า ขนมที่มันหยุ่นๆหนึบๆ ดุ๊กดิ๊กได้(เยลลี่)



• 55.
ของกินหรือเครื่องดื่มที่ไม่ชอบ

ไม่ค่อยชอบพวกทองหยิบ ทองหยอด หวานเกินไป



• 56.
ของอย่างหนึ่งที่ทั้งๆที่ไม่เคยกินแต่ก็ไม่ชอบ

ไม่น่าจะมีค่ะ



• 57.
เมนูอาหารเมื่อเช้า

มังคุด 5 ลูก เพราะจะไปกินหนักมื้อเที่ยง



• 58.
ของกินหรือเครื่องดื่มที่กำลังชื่นชอบขณะนี้

ตอนนี้จริงๆแล้วไม่ค่อยอยากกินอะไรเท่าไหร่ เปลืองตังค์



• 59.
ชอบของหวานหรือชอบกินเหล้า

ชอบของหวานค่ะ เหล้าไม่ดีต่อความสวย...



• 60.
ข้าวไข่เจียวต้องโชยุ?ซอส?หรืออย่างอื่น

ซอสพริกศรีราชา น้ำจิ้มไก่



• 61.
เป็นพวกชอบทะเลหรือภูเขา

ชอบทะเลจ้า



• 62.
สิ่งจำเป็นในวันหนาวๆคือ

เสื้อกันหนาวหนาๆ เพราะเป็นคนขี้หนาว



• 63.
ช่วงเวลาที่รู้สึกว่า"นี่แหละฤดูหนาว"

หนาวสั่นไปทั่วสรรพางค์



• 64.
ของที่อยากกินขึ้นมาในฤดูหนาว

อะไรก็ได้ร้อนๆ เช่น เต้าฮวยน้ำขิง



• 65.
ถ้าท้าแข่งกินเก่งจะแข่งกินอะไร?

ฟัวกราส์ เพราะแพงดี ไม่ก็ไข่ปลาคาเวียร์ กรั่กๆๆ



• 66.
ถนัดทำอาหารอะไร?

อะไรก็ได้ที่ง่ายๆค่ะ



• 67.
ถ้ามีวันหยุดฤดูใบไม้ผลิ1อาทิตย์อยากทำอะไร?

ชมดอกไม้ จิบชา



• 68.
ในห้อง ที่ที่ทำให้รู้สึกสงบคือ?

ห้องนอนจ้ะ



• 69.
เหมือนพ่อหรือเหมือนแม่

เหมือนแม่อะ



• 70.
ถ้าเข้าร้านคอนวี่เนี่ยนของที่ต้องเผลอซื้อมาคือ?

สินค้าออกใหม่ ไม่ก็น้ำเปล่า



• 71.
ประสบการณ์การทำงานพิเศษคือ?ในระหว่างนั้นมีอะไรเปลี่ยนแปลงบางไหม

ไปขายไอติมผสมแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่ง เหนื่อย แต่ก็คุ้มดี เพราะได้ชิมไอติมทุกรส อยากกินตอนไหนก็ตักชิมได้ แต่ต้องตอนที่ไม่มีลูกค้า แถมยังได้ผสมคอกเทลล์ด้วย ยังมีขนมที่หมดอายุอีก เราก็กินเองซะเลย เปรมมาก

ที่เปลี่ยนก็คงจะเป็นเกรดแย่ลง



• 72.
ในอนาคต ถ้าเปิดร้านเป็นของตัวเอง

คลินิก แต่อยากเปิดร้านประเภท bar&restaurant ด้วย



• 73.
วิธีการดูแลสุขภาพของคุณคือ?

ออกกำลังกาย จำกัดการกินในแต่ละวัน(แต่ทำไม่ได้ซะส่วนมาก) รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์


• 74.
คำที่ชอบ(คำคมที่ชอบ)

the perfect friend is me



• 75.
ถ้าแต่งคอสเพลย์

อยากเป็นรินารี่จังอะ



• 76.
ในวันสุดท้ายของโลกจะทำอะไร

อยู่กับคนที่เรารัก และรักเราให้นานที่สุด



• 77.
มี"เจ้าชาย"ที่เป็นที่ชื่นชอบไปทั่วโลก คุณคิดว่าเป็นเจ้าชายอะไร

เจ้าชายที่อุทิศตัวเพื่อสังคม และแน่นอนต้องหน้าตาดี ไม่งั้นจะเป็นที่ชื่นชอบไปทั่วโลกฤา



• 78.
ตัวเลือกสุดท้ายข้อ 1

ว่ายน้ำที่แม่น้ำคองเกส,กินน้ำแข็งใสที่ขั้วโลกใต้,ติดอยู่ในน้ำตกไนแองกาล่า

สิ่งที่อยากทำคือ?

กินน้ำแข็งไสที่ขั้วโลกใต้ คงจะจี๊ดนิวรอนพิลึก



• 79.
ตัวเลือกสุดท้ายข้อ 2

ชุดรัดรูปทั้งตัว,ชุดขุนนางแบบบ้าๆ,ชุดเมด

ถ้าจำเป็นต้องใส่ชุดหนึ่งในนั้นจะเลือกชุดไหน?

ชุดเมดค่ะ อั๊งงง


• 80.
ตัวเลือกสุดท้ายข้อ3

ท่องเที่ยวอวกาศ,สำรวจใต้ทะเลลึก,ทัวร์เกาะร้าง

อยากไปที่ไหน?

ท่องเที่ยวอวกาศจ่ะ



• 81.
ข้าวกับขนมปังชอบอย่างไหน(อันนี้ต่อจากข้อ57นะค่ะ พอดีพิมพ์หลุดไปขอเอามาต่อตรงนี้นะคะ)

ชอบกินข้าวมากกว่าเพราะอิ่มกว่าขนมปัง ส่วนขนมปังชอบมาก เอาไว้กินเล่น



• 82.
คำถามหมดแล้วค่ะ ความรู้สึกที่ตอบเสร็จแล้วคือ?

อืม คนต้นคิดก็ช่างขยันถามได้เนอะ มีบางข้อไม่รู้จะตอบว่าไงด้วยแหละ

 

 

แถกนี้ใครอยากรัปไปก็เอาไปเหอะค่ะ เหนื่อยจริงๆ - -"

 

 

 

งานพิเศษ...คุ้ม???

posted on 17 May 2008 17:34 by ahohey  in Life

เอ็นทรีย์นี้ออกแนว บ่นๆ นะคะ

 

แต่ไม่วายเกี่ยวกับเรื่องอาหาร(อีกแล้ววววววว) สีม่วงคือความเห็นเรา อ่านผ่านๆไปก็ได้ค่ะ ไม่ต้องใส่ใจ

------------------------------------------------------------------------------------------

 

ช่วงเดือนสิงหาคม ปีก่อน เราได้เริ่มทำงานพิเศษเป็นครั้งแรกค่ะ

 

ทำอะไรเหรอค่ะ ไปเป็นสาวเชียร์เบียร์น่ะค่ะ.......

 

แฮะๆ ไม่ได้สวย เอ็กซ์ เซ็กส์แตกขนาดนั้นหรอกค่ะ จริงๆแล้วไปเป็นเด็กเสิร์ฟร้านไอศกรีมต่างหากล่ะ

 

ตอนแรกก็เห็นเพื่อนๆ มันทำงานพิเศษกัน ส่วนมากมันจะไปสอนพิเศษกันค่ะ ไอ้ตัวเราก็ไม่ค่อยมีสกิลทางด้านนี้ สอนคนไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ความรู้ก็ไม่ค่อยจะมี ดังนั้น งานนี้ก็ต้องตกไปโดยปริยาย

 

แต่ด้วยความที่อยากได้ตังค์มั่ง ตอนนั้นอยากเอามาซื้อเครื่องสำอางค์รึเปล่าไม่รู้นะ แบบว่าไม่อยากขอเงินบุพการีน่ะค่ะ รู้สึกสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ....แต่ผู้หญิงต้องอย่าหยุดสวยชิมิเคอะ เราก็เลยต้องหาทางออก โดยการใช้เสิร์ชเอ็นจิ้น พี่ google ขาประจำนี่แหละค่ะหางาน

 

เราพิมพ์ลงไปว่า งานพิเศษ พาร์ทไทม์ อะไรทำนองนี้ก็ปรากฏออกมาหลายเว็บไซต์ใช้ได้เลยค่ะ บางเว็บก็มีให้เลือกเป็นแนว พาร์ทไทม์นักเรียน-นักศึกษา หรือว่าจะแบ่งย่อยประเภทหมวดหมู่ไปเลย เช่น บัญชี, การตลาด, อาหาร

 

ส่วนมากเราก็จะดูด้านอาหารนั่นแหละค่ะ ดูไม่ค่อยได้ใช้ความคิดอะไร ใช้แต่แรง(ถึก) และจิตใจด้านบริการ

 

จนมาเจอกับประกาศหัวข้อนึง ที่ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม รู้สึกสดใสซาบซ่าสะท้านทรวง เว่อละ แกไปเป็นนางเอก AV รึไง

 

ก็รายละเอียดงานคือ เป็นพนักงานเสิร์ฟไอศกรีมของร้านไอศกรีมผสมแอลกอฮอล์เจ้าหนึ่ง มันก็มีเจ้าเดียวแหละวะ โดยได้ค่าจ้างชั่วโมงละ 30 บาทค่ะ เยอะกว่าแมคโด้ยนะ

 

เราก็ตรงดี่ไปสมัครที่ร้านเลยค่ะ โดยขอใบสมัครที่ร้านมากรอก สิ่งที่ต้องใช้ก็มี รูปถ่าย สำเนาทะเบียนบ้าน?? สำเนาบัตรประชาชนรึเปล่าไม่รู้นะ ก็ออกแนวประมาณนี้

ตอนนั้นเรากรอกไปว่า ทักษะการพูด-อ่าน-เขียน ภาษาอังกฤษอยู่ในขั้นดีค่ะ ตอแหลไปงั้นแหละ พอส่งไปสมัครไปแล้วซัก 2-3 วัน พี่คนที่เป็นคนสัมภาษณ์ก็โทรมาหาเรา ว่าให้มาสัมภาษณ์วันนี้ๆ ได้รึเปล่า แต่เราติดอ่านหนังสือสอบอยู่ค่ะ พี่เค้าก็เลยถามว่า "ที่น้องกรอกว่าภาษาอังกฤษดีน่ะ ดีจริงป่าว" เราก็ว่า "จริงค่ะ" ตอแหลมากกก

 

สรุปคือพี่เค้าก็รับเราทำงานโดยไม่ต้องสัมภาษณ์ค่ะ ต๊ายย อภิสิทธิ์ชนนะเนี่ย แต่คงเป็นเพราะเค้าอ่านประวัติการศึกษาด้วยมั้งคะ เลยรีบเอาเลย แบบว่าเป็นคนมีประวัติดีค่ะ ไม่ด่างพร้อย ฮุฮุ เราทำงานวันศุกร์-อาทิตย์ 4โมงครึ่ง ถึง 4 ทุ่ม ที่สาขาเอราวัณแบงค็อก

 

...........เริ่มงานวันแรก เอาเลยเว้ย พี่คนที่อยู่มาก่อน(เด็กเสิร์ฟเหมือนกัน) ชื่อ พี่เล็ก แกก็ให้เราชิมไอศกรีมทุกรสเลยค่ะ บอกว่า น้องต้องจำให้ได้ ว่ารสไหนเป็นยังไง สามารถแนะนำไอศกรีมให้กับลูกค้าได้

ถ้าลูกค้าสั่ง ถึงแม้จำไม่ได้ ก็ต้องคอยสังเกตเอา อย่าทำพิรุทว่าเราเป็นเด็กใหม ไรแบบนี้ เนื่องจากลูกค้าจะขาดความมั่นใจในตัวเรา

 

เวลาตักไอศกรีมเนี่ย พอตักเสร็จแล้วก็ต้องเอาที่ตักไปแช่น้ำใช่ไหมคะ พอจะตักใหม่ เราก็ต้องเอาที่ตักมากระแทกๆกับผ้า แล้วเช็ดๆให้แห้งค่อยตัก แล้วก็ต้องตักกวาดให้ทั่วถังไอศกรีมนะคะ ไม่ใช่ว่าตักอยู่แค่หลุมเดียว เพราะเดี๋ยวไอศกรีมจะเปื่อย(นุ่มลง) นั่นเอง

ส่วนชามใส่ไอศกรีมก็ต้องแช่เย็นไว้ใต้ตู้แช่ เพื่อไม่ให้ไอศกรีมละลายเร็วเมื่อนำไปเสิร์ฟ

วาฟเฟิลกรอบ หากลูกค้าสั่งกลับบ้าน ต้องใช้ที่คีบตัก ห้ามใช้มือเด็ดขาด เดี๋ยวลูกค้าหาว่าซกมก ส่วนถ้าจะเพิ่มวาฟเฟิล ก็ 3 ชิ้น 10 บาทค่ะ

เพลงที่เปิดในร้าน หากเฮียเจ้าของร้านมาตรวจตรา ต้องรีบเปลี่ยนแผ่นจากเพลงโป้งชึ่งที่พนักงานชอบฟัง เป็นเพลงแจ๊ส- บรรเลง โดยด่วน ไม่งั้นโดน...

 

 

เรื่องจุกจิกในร้านมีมากมายเลยล่ะค่ะ เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน...

 

แต่สิ่งที่เราได้กลับมา แม้จะทำไปแค่ ไม่ถึงเดือน เพราะเราบอกพี่เค้าว่าเราจะทำประมาณ 2 เดือนได้รึเปล่า พี่เค้าก็คงเห็นว่า อีนี่ทำไม่นาน รับคนใหม่ที่อยู่นานๆไว้ดีกว่า พูดกันภาษาบ้านๆก็ไล่ออกน่ะแหละค่ะ หนูไม่ได้ทำไรผิดน้าาาา ซิกๆ

แต่............

 

เราคิดว่าคุ้มค่ะ คุ้มมากๆด้วย

 

คุ้มเรื่องอะไรมั่ง...ไปดูกัน

 

เรื่องของกิน

1. ได้ชิมไอติมทุกรส อยากกินรสไหนก็ตักชิมแม่งเลย แต่ต้องกินตอนที่ไม่มีลูกค้า

2. ได้ชงค็อกเทลเล่น พวกพนักงานจะมีชั่วโมงค็อกเทลหรรษากันค่ะ(ตั้งกันเอาเอง) โดยจะพากันเปิดสูตรค็อกเทลในร้าน แล้วมาผสมกันเอง เราก็ได้ไปเชคๆกะเค้าด้วยค่ะ สนุกดี แต่ก็แอบเสียวเจ้าของร้านอยู่เหมือนกันว่า ถ้าเค้ามาดูยอดขาย ค็อกเทลขายไม่ค่อยออก แต่ทำไมเหล้ามันพร่องไปเยอะจังวะ 555

3. ได้ทำกาแฟ บดกาแฟ ตีฟองนมนี่ชอบมาก เพราะมันจะเหลือฟองนมซึ่งเอาไปตีต่อไม่ได้ ต้องทิ้งหรือกินลูกเดียว ก็ได้ทำคาปูชิโน่ ลาเต้ อะไรเงี้ย หนุกดีค่ะ

4. วาฟเฟิลกรอบไม่ได้ทำเองแฮะ แต่ก็ดูๆพี่ๆเค้าทำ

5. เวลาขนมในตู้หมดอายุ เค้าก็ต้องทิ้งใช่ปะคะ แต่เราม่ายยย เก็บกลับบ้านเลย โฮะๆๆ สุโขสุขีจริงๆ ทั้งชีสเค้ก ปุรินญี่ปุ่น(แพงมาก ถ้วยเล็กๆ 80 บาทแหน่ะ) บราวนี่ อีนี่ซัดมาเกือบหมดตู้แล้วล่ะค่ะ

6. ได้ทำเมนูแปลกๆ(หากลูกค้าสั่ง) เช่น around the world ซึ่งเป็นไอศกรีม 3 รส ให้ลูกค้าเลือกรสตามชอบได้ ทีนี้เราก็ต้องมาตกแต่งค่ะ หากเป็นพวกครีมเบสก็ต้องแปะด้วยเมล็ดกาแฟ ถ้าเป็นเชอร์เบตต้องแต่งด้วยใบมิ้นต์ ส่วนอีกอันที่เหลือก็ปักธง

7. ของกินในตู้ก็หยิบกินได้ตามสบาย...แต่หยิบทีละน้อยๆนะ เดี๋ยวพร่อง

8. เดินเล่นไปซื้อเค้กลดราคา 50 เปอร์เซ็นต์ที่แผนกเบเกอร์รี่ของโรงแรม พายมะนาวอร่อยมากๆเลย ส่วนไอ้เค้กกล้วย-ช็อคโกแลตที่เป็นหนามๆก็อร่อยยยยย

 

เรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

 

อันนี้มีหลายเหตุการณ์เหมือนกัน

 

เรื่องลูกค้า

 

ส่วนมากลูกค้าที่มาจะเป็นชาวต่างชาติ ทำให้เราฝึกทักษาะภาษาอังกฤษไปในตัว แต่พวกเกาหลีนี่ไม่ค่อยเจอแฮะ อิอิ พวกคนไทยก็จะมีหลายวัน ส่วนมากบ้านเค้ามักจะมีอันจะกิน หน้าตาก็ดี ทำให้เราเอาไปนินทากับพี่ๆพนักงานได้สนุกปาก ฮี่ๆๆๆ

ส่วนลูกค้าวีนๆ ไม่เคยเจอค่ะ

 

เรื่องการแบ่งเวลา

 

อันนี้สำคัญมาก เพราะเราก็ต้องเรียนต้องทำงานไปด้วย แอบเรียนหนักเหมือนกัน ผลก็คือทำให้เกรดบล็อกนั้นได้แมวมีประจุไปรับประทาน เป็นผู้สาวกินแมวตั้วหนิ

 

เรื่องเงิน

 

อันนี้ไม่ค่อยได้เยอะเท่าไหร่ ได้มาประมาณ 700-800 บาท ฮึ่ยๆๆ

 

ซึ่งเราก็เอาไปซื้อเตาอบ แต่ก็ภูมิใจนะคะว่าเนี่ย เป็นสินค้าที่ซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของเราเอง

 

 

น่าจะมีแค่นี้นะ ไว้คิดอะไรออกเมื่อไหร่จะมาเขียนต่อละกัน

 

ก็อยากแนะนำน้องๆ ม.ปลาย หรือนักศึกษาที่อยากเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย หรืออยากหาตังค์ค่าขนมมาใช้โดยไม่รบกวนพ่อแม่ ว่าให้ลองไปทำดูนะคะ จะเป็นที่ไหนก็ได้ค่ะ

 

แล้วคุณจะได้ประสบการณ์แปลกๆในชีวิตไปเล่าให้ลูกให้หลานฟังยามแก่ชรา

 

 

.....TAG เอาไว้เอ็นทรีย์หน้านะจ้ะ......

 

บรรยากาศร้านตามคำเรียกร้อง

Link

link

link

 1234

 

สาธุ พี่เจ้าของร้านอย่ามาตามจองล้างจองผลาญหนูนะ...

 

 

entry นี้ based on true story ผิดคอนเซ็ปไปหน่อย ไม่ว่ากันเด้อ...

 

 

 

สำหรับนักศึกษาแพทย์ชั้น Preclinic ของทุกสถาบัน เรื่องที่จำเ็ป็นต้องเรียนกัน(ภาคบังคับป่าวหว่า)หนึ่งในนั้นก็คือ Gross Anatomy หรือเรียนผ่าอาจารย์ใหญ่นั่นเอง เป็นวิชาที่ต้องอาศัยความถึก และความจำขั้นเทพ แบบ...จำแม่งลูกเดียวค่ะ

 


 

 

ซึ่งวันนี้เราจะมาเจาะลึกกัน เอาแบบขำๆ อย่าสาระมากดีกว่า เพราะเราก็ไม่ค่อยจะมีความรู้เท่าใดนัก

 

อันนี้เป็นการเรียนของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ที่เรียนตรงคณะวิทยาศาสตร์พญาไท นะค้าา

 

 

 

 

อุปกรณ์ในการเรียน

 

1. มีดผ่า หรือ scapel

2. กรรไกร

3. Probe หัวแหลม

4. Forceps หรือแหนบยักษ์

5. ถุงมือยาง

6. เสื้อกาวน์

7. ออฟชั่นเสริม บางคนอาจจะมีหมวกคลุมผมกันหัวเหม็น ผ้าปิดปาก อะไรทำนองนี้

8. อาจารย์ใหญ่ และอาจารย์ใหญ่กระดูก

9. หนังสือที่ต้องใช้ดูประกอบขณะผ่า(Atlas)

มีหลายสำนัก ซึ่งแต่ละสำนักก็จะมีจุดเด่นของเค้า ใครชอบแบบไหนเลือกเอาเองค่ะ แต่เตยชอบใช้ของ Netter นะ ภาพสวยมาก

 

- Netter ภาพสีสันสวยงาม  คนเขียนเรียนศิลปะก่อนแล้วค่อยมาเรียนหมอ  จากนั้นก็วาดรูปทำหนังสือออกมาเป็นเล่มนี้ซึ่งเป็นประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติมาก

 

- Grant's ภาพเก่าไปนิด แต่มีลิสต์รายชื่อให้ดู พร้อมคำอธิบายคร่าวๆ





- Moore เต็มเปี่ยมไปด้วยเนื้อหา ใช้รูปจาก Grant's น้ำหนักเล่มนี้ ฟาดคนตายได้สบาย หรือจะยกเป็นดัมเบลเล่นเวลาว่างยังได้


- Yokoshi จะเป็นภาพของจริงเลยค่ะ ซึ่งคนทำหนังสือเค้าทำได้สวยมาก เห็นทุกสิ่งทุกอัน เทพจริงๆ อาจารย์ชอบเอารูปจากเล่มนี้มาออกเป็น quiz ฮาฮา

 

 

 

 

 

 

วันแรกของการพบเจอหน้าอาจารย์ใหญ่ ไอ้เราก็ตุ้มๆต่อมๆ ตุ้มๆต่อมๆ หัวใจเต้น ว่าอาจารย์จะน่ากลัวรึเปล่า เห็นหน้าอาจารย์วันนี้แล้วอาจารย์จะมาเข้าฝันรึเปล่า ก็เก็บเอาไปคิดต่าง ๆ นา ๆ

พอเปิดประตูห้องเข้าไป อื้มมมมมมม กลิ่นมันช่างตลบอลอวลอะไรเยี่ยงนี้ แทบกระอักฟอร์มาลีนกันเลยทีเดียว (ที่นี่จะไฮโซกว่าศิริราชตรงที่เรียนในห้องแอร์ค่ะ แต่กลิ่นจะสุดยอดมาก นานๆไปก็ชินเหอะ)

พอถึงคาบเวลาเรียนมีพี่ปี 3 ซึ่งเคยประจำโต๊ะกรอสเดิมนั้นๆมาช่วยแนะแนวการผ่า การใช้มีด แต่มาแป๊ปเดียว เดี๋ยวก็ไป เพราะพี่เค้าก็มีเรียนต่อ

 

เอาละวะ...ขั้นแรกเลาะ skin ต้องใช้มีดกรีดขนาดไหนเนี่ยถึงจะไม่โดนกล้ามเนื้อ หากอาจารย์ใหญ่โต๊ะไหนอ้วนหน่อย ชั้นไขมันเยอะ ก็ต้องเลาะไขมันกันเหนื่อยหน่อยค่ะ แต่อาจารย์ใหญ่โต๊ะเราท่านเป็นคนผอมมาก ต้องระวังนี๊ดส์นึงในการเลาะ

 

การเรียนการสอนที่นี่จะแบ่งออกเป็นบล็อก(Block)ค่ะ จะเรียงตามลำดับของที่เราเรียนเลยละนะ ไปดูกัน!!

 

 

1. หลัง(Back)

 

จะไล่ไปตั้งแต่ เหนือตูด ไปจนถึงหัวไหล่ค่ะ ซึ่งจะเป็นส่วนที่แอบเละนิดนึง เพราะเพิ่งเริ่มเรียน

อันนี้ไม่มีไรมาก แค่ท่องจำกล้ามเนื้อให้ได้ แล้วก็มีเลาะกระดูกสันหลังมาดูบ้าง(รึเปล่า)

 

2. แขน-มือ(Arms-hands)

เป็นบล็อกที่เราชอบมาก เพราะเราแอบโรคจิตนิดนึงคือ ชอบมองคนที่เส้นเลือดแขนปูดๆ อ๊าา ช่างมีเสน่ห์อะไรเยี่ยงนี้ เวลาที่เลาะskin ออกไปก็จะเจอเส้นเลือดดำ เลือดแดง เส้นประสาท ซึ่งเส้นเลือดดำเนี่ยจะไม่ค่อยเอาไว้เท่าไหร่ ทำขาดๆไปบ้างก็ได้ไม่ว่ากัน แต่เราชอบมาก เก็บทำความสะอาดเป็นเส้นยาวๆซะดิบดี จะอารมณ์เสียมากเมื่อทำมันขาด....ส่วน nerve นี่ ช่างมัน ให้เพื่อนหาเอา ฮ่าๆ

ส่วนเรื่องมือนี่ก็ต้องท่องจำให้หมด ว่ามีกระดูกอะไรมั่ง เส้นเลือดแดงอะไรมาเลี้ยง nerve ตัดนี้ไปเลี้ยงนิ้วไหนมั่ง ถ้าเสียแล้วจะเป็นยังไง โฮ้ยย สารพัดต้องจำ

 

3. ขา-เท้า(Legs-feet)

เรื่องนี้ไม่ค่อยยาก ไม่มีอะไรยิบย่อยมากมาย

 

4. อก

ก็จะเรียนกล้ามเนื้ออก อาจารย์ใหญ่ผู้หญิงก็จะไปดูนมกัน แล้วก็น่าจะลงลึกไปถึงปอด - หัวใจ เรียนควบคู่กับฟิสิโอ(Physiology) ตอนเรียนไปก็ฮัมเพลง ควักหัวใจออกมาเอาออกมาพิสูจน์.....

เราจะเรียนกันลึกไปถึงซอกปอด ชอนชอนเข้าไปในหัวใจ อุ้ย เขิลล์จัง

 

5. หัวและคอ(head&neck) ยากบรรลัยเลยเว้ย

บล็อกนี้ล่ะค่ะ มันส์มาก ทำให้เราคิดว่า ตรูจะบริจาคร่างกายดีไหมหว่า...

ก็เรียนทั้งหมดบนใบหน้า ซึ่งแอบหลอน เพราะต้องดูหน้าอาจารย์ใหญ่เวลาทำ

พอเรียนพวกชั้นนอกเสร็จ ก็ต้องมาผ่ากะโหลกกัน เพื่อดูกระดูกค่ะ ตอนแรกจะเลื่อยเส้นรอบวงของศีรษะก่อน โดยใช้เลื่อยมือนี่แหละ เลื่อยกันสดๆเลย (ศิริราชใช้เลื่อยไฟฟ้า ไฮโซวว) อาจจะใช้ค้อนบ้างนิดนึง ตอกโป๊กๆลงไป แต่ก็ต้องระวังไม่ให้กระทบกระเทือนสมอง แล้วก็ควักสมองออกมาดูกัน

สมองน่ารักมากค่ะ จะเป็นสีเทา-ชมพู ดูเด้งๆหยุ่นๆ อิ๊ๆๆ ซึ่งบล็อกนี้ก็จะเรียนเรื่องสมองไปด้วย จำว่าareaไหน ทำหน้าที่อะไร

 

พอเรียนสมองเสร็จ ก็ไปเลื่อยครึ่งหน้าอาจารย์ใหญ่ ดูลิ้น ดูกระดูกโพรงจมูก ดูคอหอย กล่องเสียง มันส์อีกแล้ว ท่องจำจนเราจะเป็นบ้าเลยค่ะ

 

6. ท้อง(Abdomen)

เรียนลึกลงไปถึงไส้ใน ควักไส้ ควักตับ ม้าม ไต ออกมาดู

แล้วคุฯก็จะรู้ว่า ก่อนเสียชีวิต อาจารย์ใหญ่ท่านกินอะไรลงไป...

 

7. ระบบสืบพันธุ์

ทั้งของผู้หญิงของผู้ชายค่ะ แหวกลงไปลึกถึงซอกตูด เรียนเรื่องนี้แล้วไม่อยากมีลูกเลยแฮะ

เสียวเว้ย....

 

หลังจากเรียนทุกครั้งเราต้องทาน้ำมันวาสลีน เพื่อกันอาจารย์ใหญ่แห้งค่ะ ซึ่งน้ำมันแพงมาก ถังละ 30000 รึเปล่าหว่า... แต่นักศึกษาก็ราดกันซะสนุกสนานเลยค่ะ แล้วก็เก็บกวาดโต๊ะให้เรียบร้อย เอาเครื่องมือไปล้าง เอาผ้าปิดคลุมอาจารย์ใหญ่รอเรียนครั้งต่อไป แล้วก็กราบสวัสดีงามๆ ที่ท่านให้ความรู้กับพวกเรา

 

อ้อ ลืมไป เราต้องถามความประสงค์ของญาติผู้บริจาคด้วยค่ะ ว่าต้องการให้เก็บกระดูกนิ้วมือไว้ไม๊ จะรับไปฌาปณกิจเองรึเปล่า

 

เมื่อเรียนเสร็จครบทุกบล็อก เราต้องมาจัดการเก็บชิ้นส่วนของอาจารยใหญ่ให้เรียบร้อยค่ะ ซึ่งมันจะmessy มากๆ ชิ้นไหนเป็นส่วนไหน นี่หนังจากหลังหรือจากท้อง..อะไรเงี้ย คือถ้าญาติจะมาขอเยี่ยมอาจารย์ใหญ่ตอนนี้คงทำใจไ่ม่ได้อะค่ะ ที่จริงก็เริ่มดูไม่ออกตั้งแต่บล็อกเฮด แอนด์ เน็คแล้วหละ เหอๆ

 

 

 

ก็คร่าวๆ ประมาณนี้อะค่ะ พิมพ์เยอะไปอาจจะกลายเป็นนิยายซะก่อน ตกหล่นตรงไหน วานช่วยบอกด้วยนะคะ

 

การเรียนกรอส ส่วนตัวแล้ว เราชอบนะ แม้จะเหนื่อยบ้าง บางทีต้องยืนทำอยู่นั่นแหละ ตั้งแต่บ่ายโมงยัน 5-6 โมงเย็น อาจจะเลยไปถึงทุ่มสองทุ่ม เพื่อรับฟังความรู้จากอาจารย์

กลับมาก็ต้องอ่านหนังสืออีก โอ้ ชีวิต...

 

หากมีเวลาอาจจะมาเขียนนินทาพวกเพื่อนๆ มันปฏิบัติตัวกันอย่างไรในห้องกรอสกันค่ะ

 

 

 

 

ปล.

- ขอบคุณอาจารย์ใหญ่ทุกท่านที่ให้ความรู้แก่พวกเรา แม้ว่าท่านจะไม่มีเสียง ท่านไม่เคยดุด่าว่าเรายามเมื่อเราเล่นกัน ขอบคุณมากๆเลยค่ะ "ปรมาจารย์ผู้ไร้เสียง"

- พรุ่งนี้เปิดเทอมแล้ว อาจจะไม่ได้มาอัพบล็อกบ่อยอย่างที่เคยนะค้า

- หลังเรียนกรอส เราสามารถกินพวกเครื่องใน - เนื้อตุ๋นได้นะ ทำไมอะ อร่อยดีออก ห๊ะ?? เพื่อนบอกอยากจะอ้วกเหรอ เห้ย เราผิดปกติตรงไหนรึเปล่าวะ...

 

***แก้ไข น้ำมันค่ะ คาดว่าน่าจะถังละ 3หมื่น ลิตรละ 3 หมื่นดูเกินจริง อิอิ***