cOoking

กุ๊กๆ ๆ

 

อร่อยรับร้อนกับเมนูไข่ เป็นอะไรที่คลาสสิกมาก นั่นคือ ไข่เจียว ฮะพี่น้อง

ช่วงนี้อะไร อะไรก็แพง กินไข่นี่แหละ ถูกดีแถมมีโปรตีน

 

เมนูแรก

อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมี 1). ที่ตีไข่(ถ้าถึกหน่อยก็ใช้ตะกร้อมือก็ได้ ไม่ว่ากัน) 2). เตาอบ

ไข่เจียวซูเฟล่

ส่วนผสม

สำหรับ 1-2 ที่

๑. ไข่ ๒ ฟองแยกไข่ขาวไข่แดง
๒. เกลือ พริกไทยตามชอบ เตยใส่เกลือประมาณครึ่งช้อนชาึค่ะ(กะๆเอา)
๓. เนยสำหรับทอดนิดหน่อย
๔. น้ำมะนาวและน้ำเปล่าอย่างละ ๑ ชช.

 

วิธีทำ


๑. ผสมไข่แดง เกลือ พริกไทย น้ำเปล่า น้ำมะนาวแล้วตีจนเนื้อเนียน (ในสูตรบอกประมาณ สองนาทีค่ะ แต่เตยตีประมาณหนึ่งนาทีได้ค่ะ) พักไว้

๒. จากนั้นหันมาตีไข่ขาวให้ตั้งยอดแข็ง

๓. ผสมไข่ขาวลงในไข่แดงที่ตีเสร็จแล้ว ผสมเบาๆจนเข้ากัน โดยใช้ช้อนโลหะ
โปรดสังเกตเตยสาดพริกไทยเข้าใส่อย่างเยอะคะ ก็มันชอบนี่นา โฮะๆ


อ้อ ลืมบอกไป อุ่นเตาอบรอไว้ี้เลยค่ะ
๔. จากนั้นตั้งกระทะไฟแรง ใส่เนยลงไป


๕. พอเนยเป็นฟองให้ไส่ไข่ลงไปทันที แล้วปรับให้เป็นไฟกลาง(ในสูตรเค้าบอกให้ทอดไฟแรงประมาณหนึ่งนาทีค่ะ) เกลี่ยนไข่ให้เรียบเสมอกัน(แต่เตยขี้เกียจเลยปล่อยไว้งั้นแหละคะ)
แซะดูว่าข้างล่างเกรียมๆรึยัง


๖. จากนั้นยกลงจากเตา เอากระทะไปอบในเตาอบต่อประมาณ 5-10นาที เตยใช้อุณหภูมิ 180c คะ หรือรอจนหน้าไข่มันเป็นสีทอง ปิดเตา เอากระทะออกมา


๘. รับประทานได้แล้วค่ะ *ควรรับประทานเลยหลังจากออกจากเตา เพราะเดี๋ยวไข่อาจยุบ*

ไม่ได้ถ่ายรูปตอนตัดให้เห็นเนื้อในนะคะ แบบว่าพอได้ชิมคำแล้ว มันหยุดไม่ได้อ๊าา เลยฟาดซะเรียบด้วยเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที

ไข่เจียวจะเนื้อนุ่มมากกกก หอมเนย เหมือนกินขนมซูเฟล่จริงๆค่ะ แต่หน้าไข่จะเหนียวๆนิดนึง ไม่รู้ทำไมหมือนกันค่ะ ((ลองใช้ไฟแรงกว่านี้ + อบเวลาน้อยกว่าในสูตรน่าจะเข้าท่า))

อ้อ เรื่องกระทะก็สำคัญเหมือนกันค่ะ ถ้ากระทะใหญ่ไปไข่มันจะแบนไปแล้วเนื้อจะไม่ฟูนุ่มนะคะ(เคยลองใช้ไข่ใบเดียวทำกับกระทะใบเดิมน่ะค่ะ)

ขอให้อร่อยกับไข่เจียวสูตรนี้นะคะ

 

 

 

 

 

เมนูไข่ 2

ไข่เจียวโคตรฟู สูตรจากนายเหลือง
http://www.9leang.com/webboard2/webboard_show.php?id=183

ส่วนผสม
1.หมูสับ หมูหยอง(ถ้าต้องการความเหนียวหนึบของตัวไส้)
2.ไข่ 2 ฟอง แยกไข่แดงไข่ขาว
3.ขนมปังป่นพอประมาณ(ไม่ใช้ก็ได้ แต่ใส่ไปหน่อยก็ดี)
4.ซอสปรุงรสตามใจชอบ

วิธีทำ

1.ผสมไข่แดงกะหมูสับหรือหมูหยอง ซอสปรุงรสตีให้เข้ากันพักไว้

2.ตีไข่ขาวให้ขึ้นฟูตั้งยอดอ่อน? เราตีมั่วๆอะ พอเนื้อเนียนๆก็ใช้ได้ละ

3.ใส่หมูสับที่ผสมไว้ลงในไข่ขาว คนให้เข้ากัน เราแอบคนแรงไปหน่อย ฟองอากาศเต็มเลย ฮ่าๆ

4.จากนั้นลงทอดด้วยไฟกลางและน้ำมันเยอะๆหน่อย
เสร็จออกมาหน้าตาเยี้ยงนี้

**หมายเลขวิธีทำไม่ตรงกับในภาพ ให้ดูตามเสต็ปเอานะจ้ะ**


คือแบบว่าตอนทำครั้งแรกแม่งลืมใส่ซอส(กร๊ากกกกกกกก) ออกมารสชาติจืดสนิท
เลยเอาซอสที่ไว้กินกะแฮมเบิร์กมาราดซะ อาหย่อยยย
ผ่านไปอีก หนึ่งมื้อ แฮ่กๆ

 

 

คราวหน้าจะมาชวนทำแฮมเบิร์กนะจ้ะ แต่ว่าตอนไหน ...ยังไม่รู้เลย 55+ ถ้าขยันทำก็จะมาโพสละน้า

 

**ทำ tag ไว้เพื่อดัก ดูซิ คนจะเข้าเยอะป่ะ 55

 

แง๊ เค้าอยากขึ้น hot มั่งงะตัว

 

จาเอาๆๆ ฮะๆๆ

 

เพ้อเจ้อล่ะกู...... เอ็นทรีย์นี้มาตามสัญญาว่าจะโพสการทำแฮมเบิร์กที่โคตรง่ายเลยค่ะ รูปแยะหน่อยนะ ดูตามเสต็ปขั้นตอนนะจ้ะ

--ภาพไม่ค่อยชัดมาก เพราะบางรูปถ่ายในบ้านมันมืด แล้วก็ถ่ายจากมือถือคู่ใจ sony ericson K550i ค่า--

 

สูตรจาก http://www.recipezaar.com ค่ะ ให้เครดิตเค้าหน่อย

 

 

ส่วนผสม สำหรับ 2 ที่

- เนื้อหมู(หรือจะใช้เนื้อวัวก็ได้) 2 ขีด
- หอมใหญ่ซอย 1/4 หัว เตยชอบหอมก็เลยใส่ไป 1/2 หัวค่ะ
- ไข่ครึ่งฟอง
- นมสด 1/8 ถ้วยตวง หรือ 30 ml (น่าจะ 2 ช้อนโต้ะ)

- ขนมปังป่น 1/2 ถ้วยตวง
- พริกไทยตามชอบ
- น้ำซุป พอประมาณ

ซอส


- วูสเตอร์ซอส(worcester sauce) 3 ช้อนโต้ะ
- ซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต้ะ
**เพิ่มเติมเสริมรสชาติด้วย**
- น้ำตาล 1 ช้อนโต้ะ
- น้ำซุปที่เหลือ 1 ช้อนโต้ะ

 

วิธีทำ

1. หั่นผักไว้เป็นเครื่องเคียง พักไว้ พอแฮมเบิร์กใกล้เสร็จเราค่อยเอาไปต้มค่ะ

2. ซอยหอมให้ละเอียด เอายิกๆเลยนะจ้ะ

3. ขนมปังป่น + ไข่ พร้อม!!!

4. ผสมไข่ครึ่งฟอง + ขนมปังป่น + นม

5. คลุกเคล้าให้เข้ากัน

6. หันไปผัดหอม ผัดจนหอมใสค่ะ

7. เสร็จแล้วพักไว้

8. คิวต่อไปเป็นหมู จะหมักไว้ก็ได้นะคะ เพื่อรสชาติที่กลมกล่อมยิ่งขึ้น
หรือจะใส่พริกไทย + เกลือลงไปหน่อย(ในรูปไม่ได้ใส่ เพราะลืมค่ะ)

9. แล้วก็เอาหมู + หอมที่ผัดไว้ + ส่วนผสมขนมปังป่น มายำใส่ถ้วยเดียวกัน

10. ขยำๆๆๆให้เข้ากันค่ะ

11. พอส่วนผสมเข้ากันดี ทำนี้ก็แบ่งเป็น 2 ลูก แล้วก็โยนสลับกันไปมา(เหมือนโยนลูกบอล) เพื่อเป็นการแอคติเวทโปรตีน(มั้ง)

เตยโยนไปลูกละ 40 ครั้งค่ะ จากนั้นก็ปั้นเป็นลูกกลมๆ แบนๆหน่อย

*************

แต่ครั้งนี้เรามีตัวช่วย!! สำหรับคุณแม่บ้านมือใหม่ แต่อยากทำก้อนแฮมเบิร์กสวยๆ เจ้านี้ช่วยได้ค่ะ

12. เอาเนื้อที่โยนเรียบร้อยแล้วอัดใส่พิมพ์อันใหญ่ลงไป

13. เอาพิมพ์อันเล็กมาวางทับ และกดอัดแน่นๆ(แต่ระวังไส้ทะลักเน้อ)

14. แล้วก็พลิก

เอาพิมพ์อันใหญ่ออกมา จะได้แฮมเบิร์กก้อนสวยงาม

ท้าดา.....

แต่จริงๆแล้วเตยว่าใช้ถ้วยตวงทำก็ได้ค่ะ น่าจะเหมือนกัน อิอิ

15. เอาลงไปจี่ในกระทะก้นแบนด้วยไฟอ่อนค่ะ

16 กลับข้าง

17. ที่เห็นดำๆเป็นจุดๆบนก้อนนั่นมันพริกไทยดำค่ะ
เนื่องจากว่าลืมใส่ลงไป เลยโรยหน้าเอาก็ได้(วะ)

พออีกข้างเกรียมสวยได้ที่แล้ว ก็เทน้ำซุปลงไปพอท่วมครึ่งนึงของก้อนเนื้อ ปรับเป็นไฟกลางค่ะ
(สำหรับบ้านไหนที่ใช้หมูหมัก ใช้น้ำร้อนเทลงไปก็ได้ค่ะ) เพราะถ้าใช้น้ำซุปอีก คาดว่าคงจะเค็มเกินไป

18. จากนั้นก็ปิดฝา อบไอน้ำมันสักพัก
ระหว่างรอก็หันไปต้มผักกันค่ะ

19. รอมาสักพักแล้ว(ประมาณ 5 นาทีมั้ง) เปิดฝาออก
แล้วก็ปล่อยให้น้ำมันเหือดไปเลยค่ะ

20. น้ำเหือดแล้วก็ตักแฮมเบิร์กออก หันมาจัดการกับซอสค่ะ
ด้วยเจ้า 2 ตัวนี้

21. ผสมซอสในกระทะเดิมค่ะ(ขี้เกียจล้าง) ไฟอ่อนเน้อ ถ้าไฟกลางเดี๋ยวจะไหม้ซะก่อน
นๆๆให้เข้ากัน

22. แล้วก็ราดเจ้าแฮมเบิร์กซะ

23. เฉียงหน่อยๆ

24. ตัดดูข้างใน



............เนื้อแฮมเบิร์กนุ่มมากค่ะ ถ้าหมักไว้ก่อน+ใส่พริกไทยน่าจะได้กลิ่นที่หอมกว่านี้

อูยย... น้องหนูแฮมเบิร์กอวบอั๋นดีจริง

 

 

โอโตยะก็โอโตยะเห้อ มาเจอกันหน่อยเป็นไง 55+

เกริ่นไว้ก่อนเลยนะคะ...

 

จากที่เห็นเรามาสาธิตวิธีทำอาหาร ส่วนมากมักจะเป็นของง่ายๆ(ความชอบ+ความขี้เกียจส่วนตัว) ซึ่งถ้าเราทำได้ คุณก็ทำได้ค่ะ อิอิ หยั่งกะโฆษณาแหน่ะ

 

ข้าวเที่ยงวันนี้ เป็นบิบิมบับค่ะ คือไปทานร้านอาหารเกาหลีแล้วชอบมากค่ะ ถ้าไปทานทีไรต้องสั่งเมนูนี้ มีช่วงนึงถึงกับทำวิจัยว่าร้านไหนอร่อยสุด(บ้าหว่ะ)

....แต่พอมาดูวิธีการทำแล้วไม่เห็นจะยากอะไรเลย เพียงแต่ว่าที่ร้านเค้าจะมีเครื่องเคียง และครกหินร้อน(ครกห นราคา 500 แหน่ะ) ถ้าไปทานที่ร้าน บิบิมบับจะราคาอยู่ที่ 100-250 บาท

อย่ากระไรเลย ยุคข้าวยากหมากแพงแบบตอนนี้ ทำกับข้าวกินเองสบายใจกว่า^^

 

ส่วนแรกที่เราจะเริ่มทำกัน เป็นส่วนของน้ำจิ้มนะคะ

น้ำจิ้มในสูตรนี้เมื่อทำเสร็จแล้ว หากใช้ไม่หมด สามารถเก็บใส่ภาชนะ ปิดฝาเข้าตู้เย็น เก็บได้ประมาณเกือบเดือนค่ะ และมันยังสารพัดประโยชน์ด้วยนะคะ สามารถประยุกต์ใช้กับอาหารอื่น ๆ ได้เยอะค่ะ

 

*ในภาพที่ถ่ายเตยทำครึ่งสูตรเน่อ เพราะหมูไม่พอ แถมโกจูจัง 50 บาทก็ไม่พออี๊ก เอาวะ พอกล้อมแกล้มไปได้*

ส่วนผสม

-โกจูจัง 3/4 ถ้วยตวง (หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตชั้นนำ แต่เราซื้อที่ UFM fuji สุขุมวิท33/1 ค่ะ กระปุกเล็ก 50 บาท

-น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา

-น้ำ 6 ช้อนโต้ะ

-หมูบด 200 กรัม

-น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา

 

ซอสสำหรับหมักหมู(จะหมักตามสูตรบ้านท่านก็ได้ค่ะ)

-ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนชา

-น้ำส้มสายชู 1 ช้อนชา

-กระเทียมบด 1/2 ช้อนชา

-ผงขิง(หรือจะเป็นขิงอ่อนซอยยิกก็ได้) 1/4ช้อนชา

-พริกไทย 3 หยิบมือ(เล็กๆ)

 

วิธีทำ

1. ล้างหมูในน้ำเย็นให้สะเด็ด ผสมซอสใส่หมูหมักทิ้งไว้ 5 นาทีหรือมากกว่านั้นก็ได้

 

2. ตั้งเตาใส่น้ำมันงา เอาหมูลงไปผัด

พอใกล้สุก

 

3. ใส่โกจูจัง น้ำผึ้ง น้ำ ลงไป

 

4. ผัดให้เข้ากันจนงวดเป็นน้ำพริกอ่อง เราใช้ไฟอ่อน และใช้เวลาไม่ควรเกิน 3 นาที แล้วปิดไฟพักไว้

 

5. จัดผักที่จะใส่ในจานไว้ เอาผักส่วนนึงไปลวกน้ำร้อน(แต่ตามร้านอาหารเค้าจะเอาไปผัด+ปรุงรสน่ะค่ะ) พักให้สะเด็ดน้ำ

 

6. จัดใส่ถ้วยก้นลึก ออกมาเป็นแบบนี้

 

7. ตักน้ำพริกอ่อง โกจูจังทรงเครื่องลงไปโปะ

 

8. หรือจะทอดไข่ดาว แล้วโปะทับ

 

9. ยำๆคนๆ ทานได้แล้วค่ะ

 

 

P.S. please

ไอติมชาเขียวรอคราวหน้าเน้อ ตอนนี้อุปกรณ์พร้อม แต่คนทำขี้เกียจ เอ่อ ยังไม่พร้อมค่ะ